คุณจะออกจาก เบอร์ลิน เฮาน์บอร์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองของ เบอร์ลิน และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันสวยงามระหว่างการเดินทาง ขณะที่คุณมาถึง เคบินเฮิน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของ โคเปนเฮเกน.
คุณจะออกจาก เบอร์ลิน เฮาน์บอร์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองของ เบอร์ลิน และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันสวยงามระหว่างการเดินทาง ขณะที่คุณมาถึง เคบินเฮิน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของ โคเปนเฮเกน.
การเริ่มต้นการเดินทางสุดคลาสสิกนี้จากสถานีกลางเบอร์ลิน (Berlin Hauptbahnhof) ในเยอรมนี ไปยังสถานีกลางโคเปนเฮเกน (København H) ในเดนมาร์ก เป็นการเดินทางที่ไม่เพียงแต่เชื่อมต่อสองเมืองใหญ่แห่งยุโรปเท่านั้น แต่ยังให้โอกาสในการชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามระหว่างทางด้วย ระยะทางทั้งหมดประมาณ 440 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้ภายในประมาณ 7 ชั่วโมงโดยรถไฟความเร็วสูงโดยตรงหรือรถไฟที่มีการเปลี่ยนขบวนในฮัมบูร์กเพื่อเพลิดเพลินกับเมืองท่าที่มีชื่อเสียงระหว่างทาง
การเดินทางผ่านเมืองรูสต็อก ทำให้เกิดโอกาสในการสัมผัสกับมรดกวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเยอรมนีตะวันออกเดิม ส่วนการข้ามทะเลบอลติก ด้วยเฟอร์รี่จากพุทท์การ์เดนไปยังรอดบี้เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ซึ่งเป็นจุดเด่นของการเดินทางนี้
เมื่อถึงโคเปนเฮเกน คุณจะได้พบกับเมืองที่มีความสมดุลระหว่างสถาปัตยกรรมเก่าแก่และการออกแบบสมัยใหม่ การเดินเล่นริมน้ำในไนเฮฟน์ หรือการชมพระราชวังอมาเลียนบอร์ก ถือเป็นการส่งท้ายการเดินทางอันน่าทึ่ง
จะจองตั๋วรถไฟหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในการเดินทางเชิงลึกนี้ สามารถติดต่อผ่านเราได้ตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งอุปกรณ์และคำแนะนำในการเดินทางที่มีความสะดวกสบายและปลอดภัย

การเดินทางโดยรถไฟระหว่าง เบอร์ลิน และ โคเปนเฮเกน ใช้เวลาประมาณ 7 ถึง 8 ชั่วโมง
การเดินทางที่เร็วที่สุดคือด้วยรถไฟตู้นอนของ Deutsche Bahn ที่ออกจากสถานี เบอร์ลิน ในตอนเย็น
ราคาตั๋วรถไฟโดยสารมาตรฐานเริ่มต้นที่ประมาณ €50 ขึ้นอยู่กับชั้นโดยสารและการจองล่วงหน้า
ใช่ มีรถไฟตรงจาก เบอร์ลิน ไปยัง โคเปนเฮเกน ทุกวัน
ระยะทางโดยรถไฟระหว่าง เบอร์ลิน และ โคเปนเฮเกน คือประมาณ 440 กิโลเมตร
ระหว่างการเดินทาง, รถไฟอาจจะหยุดที่เมือง ฮัมบูร์ก, เรนส์เบิร์ก และหลายเมืองเล็กๆ ใน เดนมาร์ก
ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป, เบอร์ลิน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเดินทางที่หลงใหลในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
ประตู Brandenburg: สัญลักษณ์ของเมืองเบอร์ลินและเป็นหนึ่งในโครงสร้างสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่สำคัญที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ที่ Pariser Platz และสร้างขึ้นในช่วงปี 1788 ถึง 1791. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการชมและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพในเวลากลางคืน
กำแพงเบอร์ลิน: ซากปรักหักพังของกำแพงที่เคยแบ่งเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตก สถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ตั้งอยู่ที่ East Side Gallery ซึ่งเป็นหอศิลป์กลางแจ้งที่มีผลงานศิลปะจากศิลปินทั่วโลก
พระราชวัง Charlottenburg: สร้างขึ้นในปี 1695 และเป็นพระราชวังแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในเบอร์ลิน ตั้งอยู่ใน Spandauer Damm และเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ มีค่าเข้าชมประมาณ €12 ให้คุณสัมผัสกับความหรูหราของยุคกษัตริย์ปรัสเซีย
พิพิธภัณฑ์เกาะ: คอมเพล็กซ์พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมผลงานศิลปะและวัตถุโบราณมากมาย ตั้งอยู่บนเกาะในแม่น้ำ Spree ค่าเข้าชมแต่ละพิพิธภัณฑ์ประมาณ €10 ถึง €14
ประภาคารอเล็กซานเดอร์พลาทซ์: เป็นจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมของเบอร์ลิน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง 360 องศา ตั้งอยู่ใน Alexanderplatz, ค่าเข้าชมประมาณ €5 ถึง €7
สภาเมือง Reichstag: อาคารรัฐสภาที่มีโดมกระจกอันเป็นสัญลักษณ์ ตั้งอยู่ใน Platz der Republik ให้บริการทัวร์ฟรี แต่ต้องจองล่วงหน้า
โบสถ์ Gedächtniskirche: ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศในสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความหายนะของสงคราม ตั้งอยู่ที่ Breitscheidplatz ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
การสำรวจเบอร์ลินโดยรถไฟหรือรถประจำทางเป็นตัวเลือกที่สะดวกสบาย ช่วยให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดสำคัญต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย อย่าลืมลิ้มลองCurrywurst อาหารท้องถิ่นเบอร์ลินที่เป็นที่นิยม รสชาติอร่อยล้ำที่ไม่ควรพลาด

เดินทางสู่ โคเปนเฮเกน เมืองที่ผสมผสานความงามทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว พร้อมสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและอาหารที่ไม่เหมือนใคร
พระราชวังคริสเตียนส์บอร์ฮ์: สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 และเป็นที่ตั้งของรัฐสภา เปิดทุกวัน 10.00-17.00 ค่าเข้าชม €10 คำแนะนำคือเยี่ยมชมห้องสมุดที่งดงามภายในพระราชวัง
พระราชวังอาเมลียนบอร์ก: เป็นที่อยู่อาศัยของราชวงศ์เดนมาร์ก มีสถาปัตยกรรมแบบโรคอคอ ค่าเข้าชม €8 เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ 11.00-16.00
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ: ศูนย์รวมประวัติศาสตร์ของเดนมาร์ก ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เปิดทุกวัน 10.00-17.00 ไม่มีค่าเข้าชม เยี่ยมชมเพื่อศึกษาวัฒนธรรมไวกิ้งและยุคกลาง
โบสถ์มาเบล: ออกแบบในสไตล์บาโรก ประดับด้วยหินอ่อนสี สถานที่นี้เปิดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ค่าเข้าชม €6 สถานที่นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะและสถาปัตยกรรม
สะพานหิน: เชื่อมต่อสองส่วนของเมืองเข้าด้วยกันมองเห็นวิวน่าทึ่งของท่าเรือ มีเส้นทางเดินและจักรยาน คำแนะนำคือเยี่ยมชมในยามพระอาทิตย์ตกดินเพื่อบรรยากาศที่โรแมนติก
พิพิธภัณฑ์ศิลปะนุ่ม: โชว์งานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะ เปิดทุกวัน 10.00-18.00 ค่าเข้าชม €12 เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะสมัยใหม่
เดอะ ราวนด์ ทาวเวอร์: หอสังเกตการณ์ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นในปี 1642 เปิดทุกวัน 10.00-20.00 ค่าเข้าชม €3 แนะนำให้เดินขึ้นหอเพื่อชมวิวเมืองจากมุมสูง
การเดินทางท่องเที่ยวใน โคเปนเฮเกน นั้นสะดวกสบาย ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ คุณสามารถสัมผัสได้ทั้งความงามทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม รวมถึงลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่แท้จริง

สถานีรถไฟหลักของเบอร์ลินคือ เบอร์ลิน ฮัปท์บอนฮอฟ (Berlin Hauptbahnhof) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟสำคัญอื่นๆ ในเมือง เช่น เบอร์ลิน ออสท์บอนฮอฟ (Berlin Ostbahnhof) และ เบอร์ลิน ซูดครอยทซ์ (Berlin Südkreuz) ที่มีบริการรถไฟที่เชื่อมต่อไปยังหลายเมืองใหญ่ในเยอรมนีและยุโรป.
สถานี เบอร์ลิน ฮัปท์บอนฮอฟ ตั้งอยู่ที่ Europlatz 1 ในเบอร์ลิน มีเวลาทำการตั้งแต่เวลา 00:00 น. ถึง 24:00 น. ทุกวัน ที่สถานีนี้ยังมีบริการ เก็บกระเป๋า ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ทำให้สามารถเดินทางชมเมืองได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกระเป๋าสัมภาระระหว่างรอเวลาเดินทางต่อ.
สถานีรถไฟหลักของโคเปนเฮเกนคือสถานีรถไฟกลางโคเปนเฮเกน (Copenhagen Central Station) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สำคัญในเดนมาร์ก นอกจากนี้ยังมีสถานีโนเรพอร์ต (Nørreport Station) และสถานีวีสเตอร์พอร์ต (Vesterport Station) ซึ่งต่างก็มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการเดินทางในเมือง และรองรับทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน, รถไฟเมือง, และรถบัส
สถานีรถไฟกลางโคเปนเฮเกนตั้งอยู่ที่สแคนดินีเวียน บูลเวิร์ด ซอย 50 และมีเวลาทำการทุกวันตั้งแต่เวลา 04:30 น. ถึง 01:00 น. ที่สถานีนี้มีบริการเก็บกระเป๋า ซึ่งเปิดให้บริการหลายชั่วโมงตลอดทั้งวัน ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเก็บสัมภาระไว้ได้อย่างปลอดภัยในขณะที่ไปเที่ยวชมเมือง
จองล่วงหน้า:
เช่นเดียวกับค่าตั๋วเครื่องบิน ราคาตั๋วรถไฟมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อใกล้ถึงวันเดินทาง การจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนสามารถช่วยคุณประหยัดเงินได้มาก
เดินทางในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีคนใช้บริการ:
หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาที่มีคนใช้บริการมาก เช่น เช้าวันธรรมดาและช่วงเย็น เลือกเดินทางในช่วงกลางวัน ช่วงเย็น หรือช่วงกลางสัปดาห์เมื่อมีความต้องการน้อยกว่า
พิจารณารถไฟที่ช้าลงหรือเส้นทางที่ไม่วิ่งตรง:
รถไฟด่วนหรือรถไฟความเร็วสูงอาจประหยัดเวลา แต่ก็มักจะแพงกว่า การเลือกใช้บริการรถไฟท้องถิ่นหรือบริการที่ช้าลงสามารถลดค่าโดยสารได้
มองหาข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่น:
ผู้ประกอบการรถไฟบางครั้งมีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว การสมัครรับจดหมายข่าวอาจคุ้มค่า นอกจากนี้ยังมีส่วนลดตั๋วกลุ่มหรือตั๋วไปกลับบางครั้ง ดังนั้นพิจารณาตัวเลือกเหล่านี้หากเหมาะสมกับแผนการเดินทางของคุณ